วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 8

     วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มจำนวน 4 คนให้ไปทำงานกลุ่มหัวข้อเรื่อง การออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี มีดังนี้ 

พัฒนาการช่วงแรกเกิดถึง 1 ปี 

พัฒนาการเน้นด้าน การฟัง การมองเห็น การสัมผัส 

กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนร้ํู  การเคลื่อนไหวตามแถบสี

ประโยชน์ ช่วยให้เด็กได้ออกกำลังกายอย่างจริงจัง และสนุกได้แยกแยะสีสันที่มองเห็น

พัฒนาการช่วง 1 ปี ถึง 2 ปี

พัฒนาการเน้นด้าน ร่างกาย สมอง และภาษา

กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนร้ํู Music for movement

ประโยชน์ ช่วยฝึกการพูด การร้อง และการขยับร่างการตามจังหวะ

พัฒนาการช่วง 2 ปี ถึง 3 ปี

พัฒนาการเน้นด้าน การขยับร่างกาย

กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนร้ํู กิจกรรมการปั้นดินน้ำมัน

ประโยชน์ ช่วยฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ตามจินตนาการของเด็ก และช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก






วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 7

     วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มที่เคยจับก่อนอาทิตย์ที่แล้วและวันนี้มาทำออกแบบการนำเสนองานหัวข้อคือ สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทำให้น่าสนใจและวันนี้เราได้ออกแบบงานนำเสนอแบบถ่ายวิดีโอนำเสนอสื่อการสอนให้เด็กคือการเล่านิทาน และสื่อการสอนที่เราทำคือนิทานเรื่อง“กระต่ายกับเต่า” กลุ่มเราก็ได้มีอุปกรณ์ในการเล่านิทานคือวาดภาพกระต่ายกับเต่าเพื่อนให้เด็กรู้ว่าที่จะแสดงกันใครเป็นกระต่ายใครเป็นเต่าบ้าง





วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 6

 เด็กปฐมวัย 

1. อายุ

   ช่วงอายุระหว่าง 3-5 ปี

2. พัฒนาการมีอะไรบ้าง

   2.1 ด้านร่างกาย

   2.2 ด้านสติปัญญา

   2.3 ด้านอารมณ์

   2.4 ด้านสังคม

3. การเรียนรู้เป้นอย่างไร

   3.1 แบบจักษุนิยมและโสตนิยม : เด็กเรียนรู้ได้ดี จากการมองเห็น การฟัง

   3.2 แบบปฏิบัตินิยมและสัมผัสนิยม : เด็กได้เคลื่อนไหวเวลาเรียน

   3.3 แบบบูรณาการ : การเรียนรู้ที่หลากหลายด้าน

4.ทฤษฎีเกี่ยวข้อง

   4.1 ทฤษฎีการเรียนรู้ของบรูเนอร์ (Jerome S. Bruner)

   4.2 ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory) ของแบนดูรา     

   4.3 ทฤษฎีพัฒนาการของกีเซล (Gesell)

   4.4 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก (Lawrence Kohlberg)

   4.5 ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของซิกมันต์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)

   4.6 ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอิริคสัน (Erikson)

   4.7ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget)

   4.8 ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner’s View)

5. หลักการอบรมเลี้ยงดู

   5.1 การสร้างความผูกพันรักใคร่

   5.2 ระบบการให้รางวัลทางด้านบวก

   5.3 พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องมีผู้มีศีลธรรม

   5.4 การควบคุมสิ่งแวดล้อม

   5.5 วิธีการตอบสนองกลับ

   5.6 การควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

6. สภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

  6.1 ไม่มีการรบกวน มีแสงสว่าง

  6.2 มีพื้นที่ทำกิจกรรม

  6.3 ห้องเรียนตกแต่งน่าสนใจ

  6.4 ปลอดภัย มีระเบียบ

7. สิ่งที่เสริมการเรียนรู้

  7.1 ด้านร่างกาย วาดภาพ ลากเส้น

  7.2 ด้านอารมณ์ การเล่นดนตรี

  7.3 ด้านสังคม จำลองอาชีพ

  7.4 ด้านสติปัญญา คิดเลข

8. การประเมิน

  8.1. ประเมินทุกด้าน

  8.2. ประเมินรายบุคคล

  8.3. ประเมินด้วยวิธีหลากหลาย

  8.4. ประเมินอย่างมีระบบ

  8.5. สภาพการประเมิน 




วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 5

 สรุปการเรียนรู้ การเลี้ยงดูแบบต่างๆ

1. การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

  การที่พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกมีพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก ให้ลูกมีอิสระในการสิ่งต่างๆ ส่งเสริมลูกตัวเอง ใช้เหตุผลเพื่อประกอบการตัดสินใจ พ่อแม่มีสไตล์จะมีความคาดหวังสูงแต่ไม่ได้เคร่งครัดจนเกิดไป มีการให้ความรัก ความอบอุ่น และใส่ใจลูกแบบพอดี เปิดโอกาสให้ลูก

2. การเลี้ยงดูแบบตามใจ

  พ่อแม่มักจะตามใจลูกให้การสนับสนุนลูกอย่างไม่มีขอบเขต ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับลูก จนทำให้เคยชินและเข้าใจว่าต้องได้รับทุกอย่างที่ต้องการ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะสร้างนิสัยไม่ดีแก่เด็ก ส่งผลให้ไม่รู้จักการเสียงสละ การอดทนรอคอย

3. การเลี้ยงดูแบบเข้มงวด

  พ่อแม่จะเข้มงวดเต็มไปด้วยความหวังดีแก่ลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กดีและเติบโตประสบความสำเร็จ พ่อแม่มักจะดุ ด่า และเคร่งครัดเรื่องระเบียบต่างๆต้องมีวินัย


การเรียนครั้งที่ 16

    พูดเกี่ยวกับแนวข้อว่าออกเรื่องอะไรมีข้อสอบแบบข้อเขียนด้วยต้องเขียนตัวหนังสือให้อ่านออกด้วย และก็ต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบเรียบร้อยด้วย แล...